ศึกครั้งแรกของพวกเรา P6
posted on 17 Oct 2007 21:07 by gangpirateสีหน้าของโมซาร์ดขณะนี้แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าเขากำลังโมโหสุด ๆ เขาลุกจากเก้าอี้พร้อมกับเดินขึ้นลานประลอง แรงกดดันของ
โมซาร์ดทำเอาพื้นปูนที่เขาเหยียบถึงกับเกิดเป็นรอยร้าวเล็ก ๆ แล้วโมซาร์ดก็ต้องหยุดเมื่อเห็นเลือดของลิฟฟ์ที่นองเต็มพื้นของลานประลอง บีโร่จับจ้องโมซาร์ดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยว...
“คิดว่าใคร...ที่แท้ก็ไอ้หน้าจืดเมื่อตอนบ่ายนี่เอง...” โมซาร์ดทักขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าเต็ม ๆ ของบีโร่ที่ขณะนี้กำลังส่งยิ้มมาทางเขาอยู่
“อย่าพล่ามมากได้มั้ย!!” บีโร่กระแทกเสียงเล็กน้อย
“เชอะ!!!”
เมื่อสิ้นเสียง โมซาร์ดก็เตะกองเลือดที่อยู่ตรงหน้าของตนใส่บีโร่ทันที เลือดสีแดงสดกระเด็นเปื้อนเส้นผม ใบหน้า และเสื้อผ้าของบีโร่ แต่เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรโมซาร์ดกลับไป
“จะเอาเลือดไอ้กระจอกล้างหน้าฉันไม่ใช่เหรอ” โมซาร์ดพูดพร้อมกับเดินเหยียบกองเลือดที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเดินมากลางลานประลอง
บีโร่ใช้มือข้างถนัดปาดเลือดที่กระเด็นมาติดบนใบหน้าขาวเนียนของตนก่อนจะมีไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากภายในร่างกายของเขา จนทุกคนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เหล่าไพเรททุกคนรู้ดีว่าขณะนี้บีโร่กำลังโมโหจนถึงขีดสุดแล้ว...
ขณะนี้ทั้งสองกำลังจด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่โดยมีสายตานับพันคู่มองดูพวกเขาอย่างไม่กระพริบตา และทันทีที่ปลายนิ้วของ
โมซาร์ดขยับ!!
ปังงง!! ปังงงง!!! ปังงงง!!! แก๊ง~!
เสียงปืนของบีโร่ดังขึ้นและตามด้วยเสียงของอะไรบางอย่างหล่นกระทบพื้น จนเหล่าโจรสลัดที่อยู่บนอัศจรรย์ถึงกับตะลึง! ช่างเป็นการต่อสู้ที่รวดเร็วจริง ๆ...
“โห!! บีโร่สุดยอด รับมีดของหมอนั่นได้หมดเลย” ไมล์มองภาพที่เห็นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง
“กี่ครั้ง?” คิลพูดขึ้น
“หมายถึงอะไรเหรอ กี่ครั้ง??” ไมล์ถาม แต่สายตาของเธอยังคงค้างอยู่กับภาพบนลานประลอง
“ไอ้หมอนั่นมันปามีดใส่บีโร่กี่ครั้ง” คิลตอบก่อนจะยกมือขึ้นมากระชับไว้ที่อกพร้อมกับกระดิกเท้าอย่างร้อนรน
“ฉันเห็นแค่สาม...” อิทเดอร์บอก ก่อนจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่พนักเก้าอี้ “ไม่สิ...สี่ ต่างหากล่ะ”
เหล่าไพเรทถึงกับตะลึงค้างกันอีกรอบเมื่อเห็นมีดผ่าตัดของโมซาร์ดปักตระหง่านอยู่ที่พนักเก้าตัวที่อิทเดอร์นั่งอยู่ ทำเอาหลุยส์ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ฉันมองไม่ทันหรอก แต่ฉันว่าหน้าจะห้าครั้งนะ...” กลาซแทรกขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่กระบอกปืนของบีโร่
“โอ้! ปักคากระบอกปืนเลยหรอยะเนี่ย !!!...” วินดี้พูดอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง
“ถ้าหากไม่โดนปืนซะก่อน ป่านนี้พวกเราคงได้เห็นสมองของบีโร่แหง ๆ” ปาริสเปรยขึ้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“ทำไมมันโหดร้ายแบบนี้ล่ะ” ไมล์พึมพำ สายตาของเธอยังไม่ละจากลานประลองแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อเหล่าไพเรทวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจบ ร่างกายของบีโร่ก็ทรุดลงกับพื้น ฮวบ!! บีโร่พยายามใช้เข่าข้างหนึ่งยันพื้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างกายของเขาล้มลง แต่ดูเหมือนว่าเข่าของบีโร่จะได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน เขาจึงใช้มืออีกข้างยันพื้นไว้เพื่อพยุงร่างกายอันบอบช้ำของตนเอง
“เกิดอะไรขึ้น!!” ไมล์ทักขึ้นทันทีเมื่อเห็นบีโร่ที่ทรุดลงกับพื้น
“ไม่ใช่แค่ห้าครั้งงั้นหรือ....” ปาริสกล่าวก่อนจะหันไปหาคามิว
“หมอนั่น...ปามีดทั้งหมด 10 ครั้ง” คามิวบอก
ทำเอาเหล่าไพเรทแทบไม่เชื่อหูตนเองอีกรอบ เป็นไปได้ยังไงแค่เสี้ยววินาทีเดียวโมซาร์ดปามีด 10 ครั้ง แล้วในแต่ละครั้งเป็นความเร็วที่เหนือกว่าความเร็วแสง
“นายมองทันด้วยหรอคามิว...” กลาซถามก่อนจะขยับแว่นเพื่อเพ่งมองสีหน้าที่เคร่งเครียดของคามิว
“อือ...” คามิวรับคำก่อนจะจ้องมองโมซาร์ดเขม็ง ในใจของคามิวในตอนนี้เขาอยากจะลองสู้กับโมซาร์ดสักครั้ง
“ความเร็วของมีดนั่น คงจะพอ ๆ กับฝีเท้าของคามิวสินะ” อิทเดอร์แทรกขึ้น คามิวไม่ได้พูดอะไรได้แต่พยักหน้าเพื่อแทนคำตอบของเขา
“แล้วอีก 5 เล่มอยู่ไหนล่ะ” ปาริสถาม คามิวค่อย ๆ หลับตาลงพร้อมกับพูดขึ้นว่า...
“หัวไหล่ด้านซ้าย ต้นแขนด้านขวา หัวเข่าทั้งสองข้าง แล้วก็ชายโครง” คำตอบของคามิวทำเอาเหล่าไพเรทถึงกับอึ้งทันที
“หนอย... มีดที่เสียบอยู่ที่ปากกระบอกปืนคงไม่ได้ตั้งใจจะผ่าสมองของบีโร่หรอกมั้ง หมอนั่นตั้งใจจะหยุดการป้องกันของบีโร่ก่อน พอปืนบีโร่ยิงไม่ออก มันก็ได้โอกาสปามีดใส่บีโร่อย่างสบายใจ” อิทเดอร์วิเคราะห์เหตุการณ์โดยรวมก่อนจะหันไปหาคามิวผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“ก็อย่างที่อิทเดอร์บอกนั่นแหละ”
น้ำเสียงห้วน ๆ ของคามิวเพิ่งเคยปรากฏ ตอนนี้นอกจากจะอยากลองสู้กับโมซาร์ดแล้ว คามิวยังอยากจะขึ้นไปรักษาอาการบาดเจ็บของบีโร่ที่โดนมีดเสียบเข้าที่จุดสำคัญ ๆ หลายจุด และทันทีที่บีโร่ลุกขึ้นเขาก็ดึงมีดพวกนั้นออกอย่างไม่ใยดี ทำเอาคามิวถึงกับตะลึง! ‘ดึงมีดออกแบบนั้นเดี๋ยวเลือดก็ไหลหมดตัวกันพอดี’ เมื่อมีดทั้งห้าเล่มถูกดึงออกจนหมด เลือดสีแดงสดก็ไหลรินออกมาจากบาดแผลของบีโร่
“นี่แกยังคิดจะสู้อีกรึ!”
โมซาร์ดถามพร้อมกับหยิบมีดผ่าตัดเล่มต่อไปออกมา พลางค่อย ๆ เดินเข้าไปหาบีโร่อย่างช้า ๆ และทันทีที่ฝีเท้าของโมซาร์ดหยุดก็เป็นเสี้ยววินาทีเดียวกับที่โมซาร์ดปามีดจากมือ ความเร็วของมีดพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง และพริบตาเดียวกันนั้นบีโร่ก็เอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที ใบมีดคมกริบเฉี่ยวหนังยางรัดผมของบีโร่จนทำให้เส้นผมสีทองที่มัดรวบไว้ถูกสยายออก เส้นผมบางเส้นที่โดนคมมีดวิ่งผ่านหล่นร่วงสู่พื้นลานประลอง แต่...เพียงแค่หนังยางรัดผมของบีโร่ไม่สามารถที่จะหยุดความเร็วและแรงของมีดนั่นได้ จึงทำให้มีดนั่นยังคงพุ่งแหวกอากาศไปยังด้านหลังของบีโร่นั่นก็คือ...เหล่าไพเรท
คิลที่นั่งมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเขาเห็นเพียงเส้นผมสีทองที่ร่วงลงพื้นเท่านั้น เขาไม่สามารถที่จะมองความเร็วพวกนั้นได้ทัน นั่นก็อาจจะเป็นเพราะผ้าปิดตาที่ปิดอยู่ด้านขวาของเขาก็เป็นได้...
หมับ!!!!
“งื้ดดด!!!~” คิลอุทานทันทีเมื่อใบมีดมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ระวังหน่อยสิคิล...เดี๋ยวก็ตายหรอก” คามิวบอกก่อนจะทิ้งใบมีดที่อยู่ในมือนั่นลงพื้น ตอนนี้คามิวรู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมากที่เขาสามารถหยุดการโจมตีเมื่อกี้ของโมซาร์ดได้ ใบหน้าของเขาจึงปรากฏรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนขึ้นมาอีกครั้ง แต่...คิลยังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่อึดใจ ‘ถ้าไม่ได้คามิวป่านนี้คงไปรอเพื่อนที่โลกหน้าแล้วแหงๆ...’
“เมื่อกี้ไม่ได้โจมตีฉันใช่มั้ย” น้ำเสียงที่นิ่งเฉยของบีโร่ดังขึ้น
“ก็แค่อยากจะเล่นสนุกกับคนดูข้างลานประลองก็เท่านั้นเอง หึหึ แต่ในทางกลับกันถ้าแกเกิดหลบไม่พ้นเหตุการณ์ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นโจมตีแกก็ได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า” โมซาร์ดบอกก่อนจะหยิบมีดเล่มต่อไปขึ้นมา “เริ่มกันหรือยังล่ะ ไอ้หน้าจืด...”
“หึหึ รอมานานแล้ว” เมื่อพูดจบรอยยิ้มที่มุมปากของบีโร่ก็ค่อย ๆ เผยขึ้นเป็นครั้งที่สอง แล้วบีโร่ก็ชักปืนคู่ออกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“นี่แก...ใช้ปืนคู่งั้นหรือเนี่ย...” โมซาร์ดพูด ก่อนจะเพิ่มจำนวนมีดที่อยู่ในมือ
“บอกไว้ก่อน มีดพวกนั้นไม่มีทางมาถึงตัวฉันได้เป็นครั้งที่สองหรอกนะ”
เมื่อจบประโยคของบีโร่ โมซาร์ดก็ปามีดที่อยู่ในมือทันที ปังๆๆๆๆๆ บีโร่สาดกระสุนใส่มีดพวกนั้นอย่างชำนาญราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นความเร็วของมีดพวกนั้นได้หมดยังไงยังงั้น ทำเอาเหล่าไพเรทยืนลุ้นจนตัวเกร็ง...
“โอ้! ฝีมือดีนี่หว่า...” โมซาร์ดพูด “รู้ยังงี้เอาจริงแต่แรกก็ดีหรอก”
“หึหึ!!”
“รับมือ...”
แล้วร่างของโมซาร์ดก็หายจากจุดที่เขายืนอยู่ บีโร่ยังคงยืนอยู่กับที่เพื่อเตรียมตัวตั้งรับการโจมตีของโมซาร์ดซึ่งบีโร่เองก็ไม่อาจจะคาดเดาโจมตีของโมซาร์ดได้ว่าจะมาจากทางไหน จึงทำให้เขากระชับปืนคู่ไว้ที่มือแน่นขึ้น บีโร่พยายามจับสัมผัสของโมซาร์ดให้ได้แต่ก็ไร้วี่แวว และชั่วพริบตาหนึ่งบีโร่ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลังเหมือนกับว่ามีสายลมแผ่วเบาพัดผ่านด้านหลังของเขาไป ทำให้เส้นผมสีทองที่ถูกสยายออกอย่างไม่ได้ตั้งใจเกิดขยับไปตามสายลมนั่นเล็กน้อย ‘ใช่แล้ว...อาจจะเป็นโมซาร์ดก็ได้เจ้านั่นต้องการโจมตีเราในระยะประชิด’ บีโร่ก็ได้แต่วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในใจ เขาไม่มีทางรู้เลยว่าขณะนี้ทั่วร่างกายของเขาถูกเฉือนด้วยมีดผ่าตัดอันคมกริบไปเรียบร้อย...
“3…” โมซาร์ดพูดขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะกับมาปรากฏที่จุดเดิม
“2…”
“1…”
ในวินาทีที่ศูนย์บาดแผลที่เหมือนเป็นรอยขีดเส้นเล็ก ๆ เริ่มปรากฏทั่วร่างกายของบีโร่ แต่สีหน้าของบีโร่ในตอนนี้ไม่ได้แสดงถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย แถมยังส่งยิ้มให้กับโมซาร์ดจนทำเอาโมซาร์ดพูดไม่ออก ‘จะตายอยู่แล้วยังจะยิ้มอยู่ได้’ รอยยิ้มที่มุมปากของบีโร่เริ่มฉีกออกมากขึ้น ๆ ทำเอาเหล่าไพเรทถึงกับผงะทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ขณะนี้เริ่มแผ่ซ่านออกเป็นวงกว้าง จนเกิดเป็นไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของบีโร่...
“ทำหน้าแบบนั้นอยากตายหรือไงไอ้หน้าจืด” โมซาร์ดพูดขึ้นพร้อมกับหยิบมีดผ่าตัดออกมา โมซาร์ดยังไม่ทันจะทำอะไร บีโร่ก็สาดกระสุนใส่โมซาร์ดทันที
ปัง ปัง!!
“อ๊าคคคคคคคค!!!~” โมซาร์ดร้องลั่นก่อนจะปล่อยมีดที่เขาถืออยู่ในมือ
“สองนัดนั่น เพื่อหยุดการโจมตีของนาย” บีโร่บอกกับโมซาร์ดก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้าไปหาโมซาร์ดอย่างช้า ๆ
ที่มือทั้งสองข้างของโมซาร์ดขณะนี้เลือดที่ถูกกระสุนของบีโร่มันไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย แต่โมซาร์ดก็ไม่ได้ลดความพยายาม เขาหยิบมีดผ่าตัดที่หล่นพื้นขึ้นมาพร้อมกับปามีดนั่นใส่บีโร่ทันที ความแรงของมีดนั่นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“อืดลงไปเยอะเลยนะ” บีโร่กล่าวก่อนจะใช้กระบอกปืนที่ถืออยู่ในมือปัดมีดนั่นอย่างง่ายดาย
“เชอะ!! บอกไว้ก่อนฉันไม่มีทางพูดคำว่ายอมแพ้แน่” โมซาร์ดบอก
“ง้าน.....เหรอ...”
ทันใดนั่นเองปากกระบอกปืนทั้งสองอันของบีโร่ก็จ่ออยู่ที่ขมับของโมซาร์ดอย่างรวดเร็ว โมซาร์ดไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางว่าเกรงกลัวบีโร่เลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ตัวของโมซาร์ดเองก็สู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็มือทั้งสองข้างได้รับบาดเจ็บซะขนาดนั้น แถม....สู้กับคนที่ใช้ปืนอีก
“ยิงเลยสิ!!” น้ำเสียงที่นิ่ง ๆ ของโมซาร์ดทำเอาใบหน้ายิ้ม ๆ ของบีโร่เริ่มจางหายไป แต่รังสีอำมหิตยังลอยวนเวียนชวนให้ขนลุกเล่นอยู่
“ไม่เกรงใจล่ะนะ”
สายตาของบีโร่จ้องมองโมซาร์ดเขม็งก่อนจะเหนี่ยวไกลปืน แต่.........
“โทษทีนะ ปืนคู่ของฉันไม่ได้มีไว้ฆ่าคน” บีโร่พูดด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยสุด ๆ พร้อมกับควงปืนทั้งสองกระบอกก่อนที่จะเก็บเข้าไปในซองด้วยความชำนาญ
เมื่อเก็บปืนแสนรักของตนเสร็จบีโร่ก็ไม่รอช้า เขาเหวี่ยงหมัดใส่ใบหน้าของโมซาร์ดเต็มแรงจนทำเอาเลือดกำเดาของโมซาร์ดกระเด็นออกมาทันที แต่บีโร่ก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้นเขากระชากศีรษะของโมซาร์ดอย่างโหดร้ายพร้อมกับกดลงกับพื้นลานประลอง
“ฉันเอาเลือดของลิฟฟ์ล้างหน้านายแล้วนะ”
คำพูดของบีโร่เจ็บแปลบเข้าไปในใจของโมซาร์ดทันที ทำเอาเหล่าไพเรทที่นั่งลุ้นระทึกมาตั้งแต่ต้นแทบอยากจะส่งเสียงกรีดร้องออกมาเพื่อแสดงความดีใจ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
“ทีนี้จะยอมแพ้ได้หรือยังล่ะ” บีโร่บอกก่อนจะปล่อยมือจากศีรษะของโมซาร์ด
“ต่อ...ให้ตายฉันก็ไม่พูดหรอกเว้ย ไอ้หน้าจืด” โมซาร์ดกระแทกเสียงก่อนจะจ้องมองบีโร่ด้วยสายตาแห่งราชสีห์ที่สิ้นลาย
และทันทีที่จบประโยคบีโร่ก็เตะเข้าที่ปลายคางของโมซาร์ดอย่างเต็มแรง ทำเอาโมซาร์ดถึงกับหงายหลังพร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่กระเด็นออกมาจากทางปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีเสียงพูดยอมแพ้จากปากของเขาแต่อย่างใด บีโร่ละสายตาจากโมซาร์ดทันที
“เอ่อ...คุณกรรมการครับ” บีโร่เรียก พลางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวกรรมการ
กรรมการหนุ่มค่อย ๆ โผล่ออกมาจากด้านข้างลานประลองพร้อมกับโบกไม้โบกมือเพื่อแสดงว่าตนเองอยู่ทางนี้ ก่อนจะกระโดดขึ้นมาบนลานประลองเพื่อทำหน้าที่ของตน
“ผมยอมแพ้ครับ” บีโร่บอก ทำเอาทุกคนที่อยู่ในลานประลองแห่งนี้ถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน ( ขณะนี้ไมล์กำลังยืนด่าว่าบีโร่อย่างไม่ยั้งปาก )
แล้วบีโร่ก็เดินเข้าไปหาโมซาร์ดที่นอนแผ่หลาอย่างสบายใจ เขาค่อย ๆ ก้มหน้ามองโมซาร์ดช้า ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเช่นเคยว่า...
“ศักดิ์ศรีของคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า แพ้ หรอกนะครับ”
คำพูดที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจของโมซาร์ดทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความพายแพ้ที่น่าอับอายในครั้งนี้คงทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าคนไปอีกนาน
หลังจากนั้นกรรมการก็ประกาศชื่อผู้ชนะ ทำเอาคนดูบนอัศจรรย์ถึงกับส่งเสียงโฮร้องแสดงความไม่พอใจโมซาร์ดเป็นอย่างมาก ‘แพ้แล้วยังไม่ยอมแพ้อีก แบบนี้มันหน้าฆ่าให้ตายมั้ยเนี่ย’ เมื่อประกาศผลเสร็จ บีโร่ยังคงยืนอยู่บนลานประลองเขาเงยหน้าขึ้นมองเหล่าโจรสลัดที่อยู่บนอัศจรรย์พร้อมกับโค้งคำนับให้กับทุก ๆ คน แล้วเสียงปรมมือ เสียงเป่าปาก เสียงกรี๊ดจากสาว ๆ โจรสลัดก็ดังขึ้นจนเกิดเป็นเสียงก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ถึงบีโร่จะเดินลงจากลานประลองอย่างผู้แพ้ก็เถอะ แต่เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจกับเสียงปรบมือที่ตนเองได้รับ
“หึหึหึหึหึ...บีโร่” น้ำเสียงของไมล์ดังขึ้นเป็นคนแรกเมื่อบีโร่เดินมาถึงที่นั่งของเหล่าไพเรท
“ทำไมทำหน้าเหมือนคนปวดท้องแบบนั้นล่ะไมล์” บีโร่ทักเมื่อเห็นใบหน้าที่กำลังโมโหสุดขีดของไมล์
“หนอย...แก....ไอ้บีโร่ ใครสั่งให้แกยอมแพ้ ห๊า!!!! แกรู้มั๊ยว่าพวกเรากำลังขึ้นนำพวกมันอยู่แล้ว แล้วนี่แก....”
ฮวบ!!
คำต่อว่าของไมล์ยังไม่ทันจะจบประโยค บีโร่ก็ทรุดลงกับพื้นทันที
“บีโร่!!!!!” การประสานเสียงของเหล่าไพเรททำเอาไมล์ที่ยืนอึ้งอยู่ถึงกับสะดุ้ง ‘ฉันไม่ได้ทำอะไรบีโร่นะ อยู่ดี ๆ ก็ล้มไปเอง...’
“สงสัยจะเสียเลือดมากน่ะ” คามิวรีบเข้ามาดูอาการบีโร่ทันที ก่อนจะพยุงบีโร่ไปที่เก้าอี้เพื่อทำการรักษาบาดแผล
“สงสัยบีโร่เหลือบไปเห็นตึงหนืดแหง ๆ เลยแกล้งทำเป็นเป็นลม ” หลุยส์พูดขึ้น
“ในเวลาแบบนี้ห้ามพูดถึงตึงหนืดสิเฟ้ย ไอ้ตุ๊กตาปากเสีย!!!!” เมื่อกล่าวจบคิลค่อย ๆ สัมผัสฝ่ามือลงบนหัวของหลุยส์แบบเบา ๆ
ผัวะ!!!!!!!!!!!!!! ( เบาแล้วนะเนี่ย )
ทางฝั่งบลัดโอเชี่ยนขณะนี้อารอนกำลังจ้องมองลูกชายของตนที่นอนแผ่หลาอยู่บนลานประลองอย่างน่าอนาถ
“ซีซ่าร์ ไปพาตัวมันลงมาทีสิ” อารอนคำรามก่อนจะหันหน้าหนีจากลูกชาย
“ครับกัปตัน...” ซีซ่าร์รับคำ
“แบบนี้คุณโมซาร์ดก็ปามีดด้วยความเร็วขนาดนั้นไม่ได้อีกแล้วสิครับ” อิเคลพูดขึ้น
“ก็ดีแล้ว...มันจะได้เลิกโอหังสักที” อารอนบอกพรางเหลือบมองร่างของโมซาร์ดที่ซีซ่าร์อุ้มลงมาจากบนลานประลอง ก่อนจะสั่งให้ซีซ่าร์พาลูกชายผู้น่าอนาถของตนไปไว้ที่เรือ
“เวีย.....”
“ค่ะ...กัปตัน” เสียงสดใสของนักเวทสาวดังขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากกัปตัน
“ปล่อยชาร์คกับเชลได้แล้ว การต่อสู้ครั้งต่อไปฉันจะให้พวกมันขึ้นไปสู้” อารอนสั่ง
“ค่ะกัปตัน” หลังจากที่สิ้นเสียงขานรับ เธอก็ทำการร่ายเวทมนต์ทันที ดวงไฟสีฟ้าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเป็นวงกว้างพอ ๆ กับตัวของคน หลังจากนั้นก็แตกออกเป็นประกายดาวเล็ก ๆ สีขาว แล้วร่างกายของคนสองคนก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางควันสีขาวที่ลอยวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวของบุคคลทั้งสอง
“อ๊ะฮ่า~ ได้กลับมาโลกแห่งความเป็นจริงแล้วแฮะ” ชาร์คพูด พลางใช้มือลูบเส้นผมสีดำเพื่อจัดทรง ก่อนจะลดมือลงมาขยับแว่นตาที่เขาใส่อยู่ให้เข้าที่ พลางมองไปรอบ ๆ ลานประลอง
“ขอบคุณมากเลยนะครับคุณเวียคนสวย” เชลน้องชายฝาแฝดของชาร์คพูดพลางใช้ปลายนิ้วมือเชยคางของเวียที่ยืนมองพวกเขาทั้งสองด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
ชาร์คกับเชลเป็นฝาแฝดที่แตกต่างกันสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ความชอบ ความเกลียด นิสัยใจคอ แตกต่างกันแม้กระทั่งความสั้นความยาวของสายตา ชาร์คเป็นคนสายตาสั้นเขามักจะใส่แว่นเสมอ ๆ จึงทำให้มีแต่คนคิดว่าเขาเป็นพวกไม่สู้คน ใช้แต่สมองเป็นพวกหนอนหนังสือ แต่นั้นก็คือสิ่งตรงข้ามกับตัวของเขาทั้งสิ้น ส่วนเชลเขาเป็นคนสายตายาว เขามักจะมองสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่เห็นดังนั้นเขามักจะคาดแว่นตาไว้ที่ศีรษะ ทำให้มีแต่คนคิดว่าเชลเป็นพวกที่เฮี้ยวซ่าบ้าบิ่น แต่นั้นก็คือสิ่งตรงข้ามกับตัวของเขา ที่เขาต้องคาดแว่นตาไว้ที่ศีรษะนั่นก็เพื่อให้ง่ายกับการใช้งานนั่นเอง...ทั้งสองคนมักจะทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งทำให้เป็นที่รำคาญของคนรอบข้าง โดยเฉพาะกัปตันอารอน ซึ่งอารอนมักจะให้เวียที่เป็นนักเวทและเป็นมือขวากัปตันในเวลาเดียวกัน ช่วยส่งทั้งสองไปอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก ( ให้มันไปทะเลาะกันไกล ๆ ) และมักจะเรียกกับมาเพื่อต้องการใช้งาน
กลับหน้าหลัก
edit @ 24 Oct 2007 21:50:28 by ☠ ก ลุ่ ม โ จ s ส ลั ๑ไ w l s n ☠













555555555555+
อ่านอย่างหนุกหนาน
#1 By อิทจังจอมหื่น ( มือขวากัปตันไพเรท ) on 2007-10-21 22:33